ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา


 ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา


เลขที่หนังสือ: กค 0702/3442
วันที่: 29 พฤษภาคม 2557
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา
ข้อกฎหมาย: รายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา
ข้อหารือ          1. บริษัทฯ มีสำนักงานตั้งอยู่กรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการธุรกิจค้าปลีก ประเภทร้านสะดวกซื้อ บริษัทฯ ได้ถือหุ้นในบริษัท ศ. จำนวนร้อยละ 99.99 ของหุ้นทั้งหมด โดยบริษัท ศ. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนฯ ต่อมาเปลี่ยนเป็นวิทยาลัยฯ ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันฯ ตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 
          2. บริษัทฯ มีรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 และรายจ่ายเพื่อส่งเสริมการอ่านตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 515) พ.ศ. 2554ที่จ่ายให้แก่วิทยาลัยฯ และสถาบันฯ 
          บริษัทฯ ขอหารือว่า กรณีบริษัทฯ ได้ถือหุ้นของบริษัท ศ. ร้อยละ 99.99และบริษัท ศ. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งวิทยาลัยฯ และสถาบันฯ โดยบริษัทฯ มีรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา และส่งเสริมการอ่านให้แก่วิทยาลัยฯ และสถาบันฯ บริษัทฯ จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษี หรือไม่
แนววินิจฉัย          1. กรณีวิทยาลัยฯ ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 วิทยาลัยฯ จึงเป็นนิติบุคคลนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต โดยบริษัท ศ. ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาต เป็นผู้แทนของวิทยาลัยฯ ตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550ซึ่งบริษัท ศ. ต้องโอนทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการของโรงเรียนให้แก่วิทยาลัยฯ ตามมาตรา 25แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และการประกอบกิจการของวิทยาลัยฯ ต้องมีคณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย ผู้รับใบอนุญาต ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ ผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครองและผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 วิทยาลัยฯ จึงเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แยกต่างหากจากบริษัท ศ. ผู้รับใบอนุญาตบริษัท ศ. จึงมิใช่ผู้ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ดังนั้นกรณีบริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ศ. ร้อยละ 99.99 ของหุ้นทั้งหมด บริษัทฯ ก็ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ 8 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการสนับสนุนการศึกษา ลงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2548 และข้อ 3 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 200) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่จ่ายให้แก่สถานศึกษา เพื่อใช้ในการจัดหาหนังสือหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการอ่าน ลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554 กรณีบริษัทฯ มีรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 และรายจ่ายเพื่อส่งเสริมการอ่านตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 515) พ.ศ. 2554 ที่จ่ายให้แก่วิทยาลัยฯ หากบริษัทฯ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ลงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2548 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 200)ฯ ลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ครบถ้วน บริษัทฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา และเพื่อส่งเสริมการอ่าน แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร 
          2. กรณีสถาบันฯ ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 สถาบันฯ จึงเป็นนิติบุคคลนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต โดยบริษัท ศ. ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาต เป็นผู้แทนของสถาบันฯ จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งอธิการบดีตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 โดยบริษัท ศ. ต้องโอนทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการให้แก่สถาบันฯ ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 และในการดำเนินงานของสถาบันฯ ต้องดำเนินงานโดยสภาสถาบัน ตามมาตรา 28 และมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 สถาบันฯ จึงเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 แยกต่างหากจากบริษัท ศ. ผู้รับใบอนุญาต บริษัท ศ. จึงมิใช่ผู้ประกอบกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ดังนั้น กรณีบริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ศ. ร้อยละ 99.99 ของหุ้นทั้งหมด บริษัทฯ ก็ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการสถาบันอุดมศกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ 8 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ลงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2548 และข้อ 3 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 200)ฯ ลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554 กรณีบริษัทฯ มีรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 และรายจ่ายเพื่อส่งเสริมการอ่านตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 515) พ.ศ. 2554 ที่จ่ายให้แก่สถาบันฯ หากบริษัทฯ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ลงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2548 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 200)ฯ ลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ครบถ้วน บริษัทฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา และเพื่อส่งเสริมการอ่าน แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 77/39063

clear-gif

© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.