ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรายได้จากการทำสัญญาดำเนินกิจกรรม


 ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรายได้จากการทำสัญญาดำเนินกิจกรรม


เลขที่หนังสือ: 0702/1987
วันที่: 2 เมษายน 2557
เรื่อง: ภาษีเงินได้ กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา
ข้อกฎหมาย: มาตรา 81(1)(8) มาตรา 47 และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ          สถาบันฯ) ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ สถาบันฯ พ.ศ. 2555 สถาบันฯ มีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ และเป็นสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมและพัฒนาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงในทางดนตรีและศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ เนื่องจากมีบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ได้บริจาคเงินให้แก่สถาบันฯ เพื่อนำไปสนับสนุนการศึกษาในด้านต่าง ๆ จึงขอทราบว่า ผู้บริจาคจะนำใบเสร็จรับเงินของสถาบันฯ ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 3 (1) และ (2) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 558) พ.ศ. 2556 ได้หรือไม่ อย่างไร
แนววินิจฉัย          เนื่องจากสถาบันฯ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ สถาบันฯ พ.ศ. 2555 มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ สถาบันฯ เป็นสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมและพัฒนาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงในทางดนตรีและศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ตามมาตรา 4 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว สถาบันฯ จึงเป็นองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งกิจการของรัฐ ตามมาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นสถานศึกษาของรัฐ ตามมาตรา 4 และมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 จึงเข้าลักษณะเป็นสถานศึกษา ตามมาตรา 3 วรรคสาม แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 558) พ.ศ. 2556 
          1.กรณีการบริจาคให้แก่สถาบันฯ ผู้บริจาคมีสิทธิหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร หรือมีสิทธินำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ดังนี้ 
               1.1 กรณีบุคคลธรรมดาบริจาคเงินให้แก่สถาบันฯ ผู้บริจาคมีสิทธิหักลดหย่อนได้เท่าจำนวนที่บริจาคแต่จะต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษาตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 3 (4) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 254) พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2535 
               1.2 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถาบันฯ ผู้บริจาคมีสิทธินำมาหักเป็นรายจ่ายเพื่อการศึกษาในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) เรื่อง กำหนดรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ รายจ่ายเพื่อการศึกษาและรายจ่ายเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535 
          2. กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคให้แก่สถาบันฯ ซึ่งถือเป็นสถานศึกษา ตามมาตรา 3 วรรคสาม แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 558) พ.ศ. 2556 
               2.1 กรณีบุคคลธรรมดาบริจาคเงินให้สถาบันฯ ให้ยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อน ตามมาตรา ๔๗ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นสำหรับการจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบต้องไม่เกินร้อยละสิบของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนนั้น 
               2.2 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลบริจาคเงินให้สถาบันฯ ให้ยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายที่บริจาค ไม่ว่าจะได้จ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สิน แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบและรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างและการบำรุงรักษาสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ หรือสนามกีฬาของเอกชนที่เปิดให้ประชาชนใช้เป็นการทั่วไปโดยไม่เก็บค่าบริการใด ๆ หรือสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ หรือสนามกีฬาของทางราชการแล้วต้องไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษา หรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา ๖๕ ตรี (๓) แห่งประมวลรัษฎากรอนึ่ง การยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 3 (1) และ (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 558) พ.ศ. 2556 สำหรับการบริจาคให้แก่สถานศึกษาจะได้รับการยกเว้นสำหรับการบริจาคที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558
เลขตู้: 77/38999
© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.