ประกันชีวิตกับการลดหย่อนภาษี


ประกันชีวิต กับการลดหย่อนภาษี


แบ่งเป็น 2 ประเภท คือประกันชีวิต และ ประกันชีวิตแบบบำนาญ

1.       ประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท หรือตามที่จ่ายจริง กรมธรรม์ประกันชีวิตจะต้องมีกำหนด

ระยะเวลา 10 ปีขึ้นปี จะต้องเป็นบริษัทประกันภัยที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ถ้ามีการจ่ายเงินคืนหรือเงินปันผล จะต้องมีเงื่อนไขดังนี้

-          หากได้รับเงินคืนทุกปี ยอดเงินที่ได้คืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันรายปี

-          หากได้รับเงินคืนตามช่วงระยะเวลา เช่น 3 ปี 5 ปี 7 ปี ยอดเงินคืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันสะสมของแต่ละช่วงระยะเวลานั้นๆ

-          กรณีอื่นๆ ผลรวมของเงินคืนตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่จ่ายเงินคืน ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันสะสมในช่วงเวลานั้นๆ

2.       เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดได้สูงสุด 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยเมื่อรวมกับเงิน

สะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสม กบข. กองทุน RMF รวมกันแล้ว จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท มีเงื่อนไขดังนี้

-          เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีกำหนดระยะเวลาตั้งแต่ 10 ขึ้นไป

-          มีกำหนดการจ่าผลประโยชน์เป็นงวดแบบสม่ำเสมอ

-          มีการกำหนดช่วงอายุในการจ่ายผลประโยชน์ที่ชัดเจน

-          ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยให้ครบก่อน แล้วถึงจ่ายผลประโยชน์

การซื้อประกันชีวิตได้รับผลประโยชน์หลายด้านทั้งการออมเงิน การประกันสุขภาพ และยังจะได้รับลดหย่อนภาษี (หากเงื่อนไขเป็นไปตามที่สรรพากรกำหนด) แต่ถ้าหากเราซื้อการประกันชีวิตแล้วต้องกันส่วนเงินไว้จ่ายประกันด้วยอย่าลืมว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะต้องอยู่กับเราไปอีก 10 ปีขั้นต่ำ หากเราไม่มีเงินจ่ายในปีต่อไป ก็จะเสียสิทธิ์ในการคุ้มครองของประกันภัย และยังไม่ได้รับเงินคืนอีกด้วย หรืออาจจะได้รับเงินคืนแล้วแต่เงื่อนไขของประกันแต่ได้เงินคืนจำนวนน้อยมาก

© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.