ภาษีการรับมรดก(1)


ภาษีการรับมรดก



     กรมสรรพากรได้มีคำชี้แจงเกี่ยวกับภาษีการรับมรดกตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลใช้บังคับพร้อมกับเงินได้บุคคลธรรมดาจากการรับให้โดยเสน่หา ในวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นต้นไป อันเป็นวันครบกำหนด 180 วัน นับแต่วันที่กฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 5 สิงหาคม 2558) จึงขอนำมาสรุปเพื่อเป็นเครื่องประดับความรู้แด่ท่านผู้อ่านในอันที่จะได้ศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดต่อไปดังนี้“

     ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดกกรณีเจ้ามรดกถึงแก่ความตายตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไปประกอบด้วย

1.บุคคลผู้มีสัญชาติไทย

2.บุคคลธรรมดาผู้มิได้มีสัญชาติไทยแต่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

3.บุคคลผู้มิได้มีสัญชาติไทยแต่ได้รับมรดกอันเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ได้รับมรดกเป็นนิติบุคคลให้ถือว่านิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายไทยหรือมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในขณะมีสิทธิได้รับมรดกหรือมีผู้มีสัญชาติไทยเป็นผู้มีอำนาจบริหารกิจการเกินกึ่งหนึ่งของคณะบุคคลซึ่งมีอำนาจบริหารกิจการทั้งหมดเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการรับมรดกด้วย

ให้บุคคลดังต่อไปนี้ ได้รับยกเว้นภาษีการรับมรดก

1.ผู้ที่ได้รับมรดกจากเจ้ามรดกที่ถึงแก่ความตายก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 แม้จะได้รับมรดกภายหลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ก็ตาม

2.คู่สมรสของเจ้ามรดก

3.บุคคลผู้ได้รับมรดกที่เจ้ามรดกแสดงเจตนาหรือเห็นได้ว่ามีความประสงค์ให้ใช้มรดกนั้นเพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนากิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ 4.หน่วยงานของรัฐและนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนากิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์

5.บุคคลหรือองค์การระหว่างประเทศตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีอยู่ต่อองค์ การสหประชาชาติหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือตามสัญญาหรือตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกันกับนานาประเทศ

     มรดกที่ผู้รับมรดกได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายนั้น ไม่ว่าจะได้รับมาในคราวเดียวหรือหลายคราวถ้ามรดกที่ได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละรายรวมกันมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ดังนี้

1.สำหรับทรัพย์สินทั้งที่อยู่ในประเทศ ไทยและนอกประเทศไทยให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทยหรือบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการรับมรดกนั้น

2.สำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศ ไทย ให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการรับมรดกนั้น






© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.