ภาษีการรับมรดก(2)


ภาษีการรับมรดก


     ตามที่กรมสรรพากรได้มีคำชี้แจงเกี่ยวกับภาษีการรับมรดก ตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลใช้บังคับพร้อมกับเงินได้บุคคลธรรมดาจากการรับให้โดยเสน่หา ในวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 จึงขอนำเสนอต่อจากสัปดาห์ก่อน ที่ได้กล่าวถึงผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก และผู้ที่ได้รับยกเว้นภาษีการรับมรดก รวมทั้งมูลค่าทรัพย์มรดกที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีการรับมรดก ดังนี้“
     ทรัพย์มรดกที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีการรับมรดก กรณีเจ้ามรดกถึงแก่ความตายตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไป ประกอบด้วย

1. อสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาคาร โรงเรือน และสิ่งปลูกสร้างอื่นในที่ดิน

2. หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อาทิ หุ้น วอแรนท์ หน่วยลงทุนในกองทุนรวม

3. เงินฝากหรือเงินอื่นใดที่มีลักษณะอย่างเดียวกันที่เจ้ามรดกมีสิทธิเรียกถอนคืนหรือสิทธิเรียกร้องจากสถาบันการเงินหรือบุคคลที่ได้รับเงินนั้นไว้

4. ยานพาหนะที่มีหลักฐานทางทะเบียน

5. ทรัพย์สินทางการเงินที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา ขณะนี้ยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาฯ เพื่อกำหนดทรัพย์สินทางการเงินอื่นเพิ่มเติม แต่ก็อาจจะเพิ่มเติมขึ้นได้ในอนาคต
     กรณีผู้ได้รับมรดกเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย และบุคคลธรรมดาผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้เสียภาษีจากทรัพย์สินทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและนอกประเทศไทย และกรณีผู้ได้รับมรดกเป็นบุคคลผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่ได้รับมรดกอันเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศ ไทย ให้เสียภาษีเฉพาะจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย
     ทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศ ไทยให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในการคำนวณมูลค่าของทรัพย์สินมรดกนั้น ให้ถือตามราคาหรือมูลค่าอันพึงมีในวันที่ได้รับทรัพย์สินนั้นเป็นมรดก ดังต่อไปนี้
1. กรณีเป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้ถือเอาตามราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน หักด้วยภาระที่ถูกรอนสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

2. กรณีเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ถือเอาราคาของหลักทรัพย์นั้นในเวลาสิ้นสุดเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ได้รับมรดก

3. กรณีอื่นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวให้กำหนดเป็นการทั่วไปโดยไม่มีลักษณะเป็นการเฉพาะเจาะจง“
     ถ้าจำเป็นต้องคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมสรรพากรประกาศกำหนด สำหรับอัตราภาษีการรับมรดก กำหนดไว้ดังนี้

1. สำหรับผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดกทั่วไป ให้คำนวณและเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10.0 ของมูลค่ามรดกที่ได้รับ

2. สำหรับผู้ได้รับมรดกเป็นบุพการี (บิดา มารดา) หรือผู้สืบสันดาน (บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย) ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5.0 ของมูลค่ามรดกที่ได้รับ





 

© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.