ภาษีการรับให้โดยเสน่หา


ภาษีการรับให้โดยเสน่หา


      กรมสรรพากรได้มีคำชี้แจงเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการรับให้โดยเสน่หาที่จะใช้บังคับพร้อมกับภาษีการรับมรดกตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ในวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 อันเป็นวันครบกำหนด 180 วันนับแต่วันที่กฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 5 สิงหาคม 2558) จึงขอนำมาสรุปเพื่อเป็นเครื่องประดับความรู้แด่ท่านผู้อ่าน ในอันที่จะได้ศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดต่อไปดังนี้


     สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการรับให้โดยเสน่หาที่เป็นสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ที่สามารถคำนวณเป็นเงิน นั้น กำหนดให้บุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินได้ดังต่อไปนี้เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี

1. เงินได้จากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ในส่วนที่เกินกว่า 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น และ

2. เงินได้จากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี จากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น

3. เงินได้ที่ได้รับซึ่งผู้ให้แสดงเจตนาหรือเห็นได้ว่ามีความประสงค์ให้ใช้เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง“
     ในส่วนของวิธีการเสียภาษีเงินได้จากการรับให้โดยเสน่หาดังกล่าวนั้น เนื่องจากไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายสำหรับการรับให้โดยเสน่หาในกรณีนี้ จึงให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ภายในกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งสามารถเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท หรือจะนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น

     สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการรับให้โดยเสน่หาที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ นั้น กำหนดให้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บิดามารดาที่เป็นผู้โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม อย่างไรก็ตาม ได้กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบ แทน ให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม เฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษี ทั้งนี้ โดยให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับกรณีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ในอสังหาริมทรัพย์ในคราวเดียวกัน ที่มีมูลค่าเกินกว่า 20 ล้านบาท โดยให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา ร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินส่วนที่เกินกว่า 20 ล้านบาท นอกจากนี้ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ภายในกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งสามารถเลือกเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินส่วนที่เกินกว่า 20 ล้านบาท หรือจะนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น อนึ่ง สำหรับการให้ หรือการจำหน่ายจ่ายโอนอสังหาริมทรัพย์กรณีอื่น โดยไม่มีค่าตอบแทนนั้น ผู้ยกให้ยังคงมีหน้าที่เสียเงิน ได้บุคคลธรรมดาจากการขายอสังหาริมทรัพย์เหมือนดังเช่นที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2525 เป็นต้นมา มิได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเสียภาษีเงินได้แต่อย่างใด





© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.