ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาษีซื้อจากการก่อสร้าง ต่อเติม ปรับปรุงอาคารที่เช่า


ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาษีซื้อจากการก่อสร้าง ต่อเติม ปรับปรุงอาคารที่เช่า


เลขที่หนังสือ: กค 0702/พ./3764
วันที่: 2 พฤษภาคม 2556
เรื่อง: ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาษีซื้อจากการก่อสร้าง ต่อเติม ปรับปรุงอาคารที่เช่า
ข้อกฎหมาย: มาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ          บริษัทฯ ได้หารือเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาษีซื้อจากการก่อสร้าง ต่อเติม ปรับปรุงอาคารที่เช่า โดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้ 
          ๑. บริษัทฯ เช่าอาคารสำนักงานและอาคารโรงงานจากบริษัท ก. (ผู้ให้เช่า) เป็นเวลา ๓ ปี สัญญาเช่ากำหนดว่าผู้ให้เช่าอนุญาตให้บริษัทฯ ต่อเติม ปรับปรุงอาคารที่เช่าได้ และเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า บริษัทฯ ต้องรื้อถอนส่วนที่ต่อเติมหรือปรับปรุงดังกล่าว 
          ๒. บริษัทฯ ขอทราบว่า การต่อเติม ปรับปรุงอาคารที่เช่า ดังนี้ จะขอคืนภาษีซื้อได้หรือไม่ 
               (๑) ปรับปรุงอาคารสำนักงานและอาคารโรงงาน โดยกั้นห้องด้วยกระจกผนังเบา ซึ่งทำด้วยแผ่นยิปซัม หรือตะแกรงลวดเหล็กและปูพื้นด้วยกระเบื้องยาง 
               (๒) ต่อเติมห้องเก็บอุปกรณ์ดับเพลิง 
               (๓) ก่อสร้างบ่อน้ำปูนซิเมนต์เพื่อใช้เก็บน้ำหากเกิดเพลิงไหม้ และสร้างโรงรถ ด้วยโครงเหล็กมุงกระเบื้องหลังคาเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า บริษัทฯ ได้รื้อถอนส่วนที่ได้ต่อเติมหรือปรับปรุงบางส่วนไปใช้ที่โรงงานแห่งใหม่ เช่น บานประตูกระจกที่มีกรอบเป็นอลูมิเนียม เป็นต้น ส่วนที่ไม่สามารถใช้กับโรงงานแห่งใหม่ได้และผู้ให้เช่าต้องการไว้ใช้ประโยชน์ เช่น ห้องเก็บอุปกรณ์ดับเพลิง บริษัทฯ จะยกให้ ผู้ให้เช่า แต่ถ้าผู้ให้เช่าไม่ต้องการ เช่น ผนังเบาทำด้วยแผ่นยิปซัม บริษัทฯ ก็จะทำการรื้อถอน
แนววินิจฉัย          ๑. กรณีที่บริษัทฯ ได้ทำการปรับปรุงอาคารสำนักงานและอาคารโรงงานที่เช่าโดยกั้นห้องด้วยกระจกผนังเบาซึ่งทำด้วยแผ่นยิปซัมหรือตะแกรงลวดเหล็กและปูพื้นด้วยกระเบื้องยาง ตามข้อเท็จจริงข้างต้น ไม่เข้าลักษณะเป็นการก่อสร้างอาคาร ดังนั้น ภาษีซื้อที่เกิดจากการปรับปรุงดังกล่าว จึงไม่ถือเป็นภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ไม่เข้าลักษณะเป็น ภาษีซื้อต้องห้ามตามข้อ ๒ (๔) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๔๒)ฯ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ และหากภาษีซื้อดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามในกรณีอื่นตามมาตรา ๘๒/๕ แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๔๒)ฯ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีซื้อดังกล่าวมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 
          ๒. กรณีที่บริษัทฯ ได้ทำการปรับปรุงในอาคารที่เช่าเพื่อใช้เป็นห้องเก็บอุปกรณ์ดับเพลิงตามข้อเท็จจริงข้างต้น ไม่เข้าลักษณะเป็นการก่อสร้างอาคาร ดังนั้น ภาษีซื้อที่เกิดจากการต่อเติมดังกล่าว จึงไม่ถือเป็นภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามข้อ ๒ (๔) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๔๒)ฯ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ และหากภาษีซื้อดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามในกรณีอื่นตามมาตรา ๘๒/๕ แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๔๒)ฯ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีซื้อดังกล่าวมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้เช่นเดียวกับกรณีตาม ๑. 
          ๓. กรณีการก่อสร้างบ่อน้ำปูนซิเมนต์เพื่อเก็บน้ำ และการสร้างโรงรถด้วยโครงเหล็ก มุงกระเบื้องหลังคาบนอาคารหรือบนที่ดินที่เช่า เข้าลักษณะเป็นการก่อสร้างอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น การนำอาคารดังกล่าวมาเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และต่อมาได้ขายหรือให้เช่าหรือนำไปใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน ๓ ปี นับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ภาษีซื้อจากการก่อสร้างดังกล่าวถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม บริษัทฯ ไม่มีสิทธินำไปหัก ออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๕(๖) ประกอบกับ ข้อ ๒ (๔) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๔๒)ฯ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
เลขตู้:76/38600
© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.