ภาษีเงินได้ กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา


ภาษีเงินได้ กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา


เลขที่หนังสือ: 0702/1980
วันที่: 2 เมษายน 2557
เรื่อง: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขออนุมัติหักภาษี ณ ที่จ่าย ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งเงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงิน
ข้อกฎหมาย: มาตรา 50 ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ          1. บริษัทฯ ประกอบธุรกิจศูนย์การค้าให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่จังหวัดนนทบุรี 
          2. บริษัทฯ มีความประสงค์ขออนุมัติเป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทนผู้เช่าพื้นที่หรือผู้ใช้บริการ (ลูกค้า) เนื่องจากในการประกอบกิจการของบริษัทฯ มีผู้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเป็นจำนวนมากเพื่อให้การหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับค่าเช่าและค่าบริการที่ได้รับจากธุรกิจให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าถูกหักภาษีในอัตราที่ถูกต้องและครบถ้วน โดยแต่งตั้งให้บริษัทฯ เป็นตัวแทนของผู้เช่าพื้นที่หรือผู้ใช้บริการ เพื่อดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนผู้เช่าพื้นที่หรือผู้ใช้บริการ โดยบริษัทฯ จะปฏิบัติดังนี้ 
               2.1 บริษัทฯ จะดำเนินการจัดให้มีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนและมอบอำนาจให้กระทำการแทนลูกค้า โดยมีสาระสำคัญว่า บริษัทฯ จะเป็นตัวแทนดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย และรับมอบอำนาจ ยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 แทนลูกค้า สำหรับค่าเช่าหรือค่าบริการที่ได้รับ 
               2.2 บริษัทฯ ขอยกเว้นไม่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นรายฉบับทุกครั้ง ที่มีการรับชำระค่าเช่าหรือค่าบริการ ฯลฯ แต่ขอระบุข้อความเพิ่มเติมในใบเสร็จรับเงินหรือใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี โดยมีสาระสำคัญว่า "บริษัทฯ ได้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นจำนวนเงิน .... บาท แทนผู้เช่าแล้ว และจะดำเนินการนำส่งภาษีดังกล่าวต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป" โดยบริษัทฯ จะจัดให้มีการพิมพ์ชื่อผู้รับเงินไว้ในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี 
               2.3 บริษัทฯ ขอยกเว้นไม่ต้องยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามแบบ ภ.ง.ด.53 ในนามลูกค้า แต่ขอยื่นรายการ โดยระบุในช่องผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายว่า "บริษัทฯ ในฐานะผู้กระทำการแทนผู้เช่าพื้นที่" พร้อมทั้งแนบเอกสารรายละเอียดรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งระบุชื่อผู้เช่าพื้นที่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ของผู้เช่าพื้นที่ จำนวนเงิน จำนวนเงินภาษีที่หักนำส่ง และขอให้ถือว่าเอกสารดังกล่าวเป็นใบต่อแบบ ภ.ง.ด.53 ซึ่งอาจจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ และให้ถือว่ารายละเอียดดังกล่าวเป็นบัญชีพิเศษแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งภาษีของผู้เช่าพื้นที่ด้วย 
               2.4 บริษัทฯ ขอใช้สำเนาแบบ ภ.ง.ด.53 และหลักฐานใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ที่รับชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นหลักฐานในการเครดิตภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทฯ ตามมาตรา 60 แห่งประมวลรัษฎากร
แนววินิจฉัย          1. กรณีบริษัทฯ ได้รับเงินค่าเช่า และค่าบริการ ที่ได้รับจากธุรกิจให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า ซึ่งผู้จ่ายเงินที่จ่ายเงินได้ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามข้อ ๖ และข้อ ๑๒/๑ ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.๔/๒๕๒๘ เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แห่งประมวลรัษฎากรมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ผู้จ่ายเงินดังกล่าวมีหน้าที่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้กับบริษัทฯ ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา ๕๐ ทวิ (๑)แห่งประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่ต้องยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา ๕๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๙และมาตรา ๓ เตรส แห่งประมวลรัษฎากร 
          2. เนื่องจากผู้จ่ายเงินซึ่งมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้เช่า และผู้รับบริการจากบริษัทฯ ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตาม ๑. มีเป็นจำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ ต้องใช้เวลาในการติดตามและรวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในแต่ละเดือนค่อนข้างมาก ดังนั้น กรณีบริษัทฯ มีความประสงค์เป็นตัวแทนของผู้จ่ายเงินได้ เพื่อออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแทนผู้จ่ายเงิน เข้าลักษณะเป็นการกระทำแทนตัวการ ตามมาตรา ๗๙๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเห็นควรให้ผู้จ่ายเงินแต่งตั้งให้บริษัทฯ เป็นตัวแทนดำเนินการดังกล่าวได้ ตามมาตรา ๗๙๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมอบอำนาจให้กระทำการแทนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยให้บริษัทฯ ดำเนินการดังนี้ 
               (๑) กรณีบริษัทฯ ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้จ่ายเงินซึ่งมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตาม ๑. ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินรายเดิม โดยมีสาระสำคัญว่า บริษัทฯ จะเป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับค่าเช่า และค่าบริการ ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทน และยื่นรายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทน โดยกำหนดระยะเวลาให้ผู้จ่ายเงินนั้นตอบรับ เมื่อผู้จ่ายเงินตอบรับแล้ว ให้ถือว่าหนังสือแจ้งเป็นข้อตกลงแต่งตั้งให้บริษัทฯ เป็นตัวแทนได้แต่หากเป็นผู้จ่ายเงินซึ่งมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายรายใหม่ จะต้องมีการแต่งตั้งตัวแทนอย่างชัดแจ้ง 
               (๒) กรณีบริษัทฯ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับเงินค่าเช่า และค่าบริการ แทนผู้จ่ายเงินแล้วผ่อนผันให้ผู้จ่ายเงินไม่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินค่าเช่า และค่าบริการให้กับบริษัทฯ ในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา ๕๐ ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นรายฉบับทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน แต่บริษัทฯ ต้องจัดทำรายละเอียดรายการภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพื่อเป็นหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย และบริษัทฯ ยังคงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินได้พึงประเมินดังกล่าว รายละเอียดของรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ต้องมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ 
                    (ก)คำว่า "รายละเอียดรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ประจำเดือน... พ.ศ..." ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด 
                    (ข)ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยมีข้อความว่า "ในฐานะผู้กระทำการแทนผู้จ่ายเงินได้ตามรายชื่อที่ระบุไว้ในเอกสารนี้" 
                    (ค)ประเภทเงินได้ 
                    (ง)ชื่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้จ่ายเงิน จำนวนเงินที่จ่าย และจำนวนเงินภาษีที่หักไว้ 
                    (จ)ลายมือชื่อผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 
               (๓) เพื่อเป็นการรับรองว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทนผู้จ่ายเงินแล้วให้บริษัทฯ ระบุข้อความเพิ่มเติมในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีของเงินค่าเช่า และค่าบริการ โดยมีข้อความว่า "บริษัทฯ ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ ๕ หรือร้อยละ ๓ เป็นจำนวน....บาท แทนผู้จ่ายเงินแล้วและจะดำเนินการนำส่งภาษีดังกล่าวต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป" ซึ่งบริษัทฯ จะต้องจัดให้มีการ SCAN หรือพิมพ์ลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจไว้ในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีดังกล่าวด้วย 
               (๔) ให้บริษัทฯ ยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามแบบ ภ.ง.ด.๕๓ โดยระบุในช่องผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายว่า บริษัทฯ ในฐานะผู้กระทำการแทนผู้จ่ายเงินในใบแนบ ภ.ง.ด.๕๓ พร้อมทั้งแนบรายละเอียดรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งระบุชื่อผู้จ่ายเงิน เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้จ่ายเงินจำนวนเงินที่จ่าย และจำนวนภาษีที่หัก และให้ถือว่าเอกสารรายละเอียดดังกล่าว เป็นใบต่อแบบ ภ.ง.ด.๕๓ ด้วยซึ่งจะจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ และให้ถือว่า เป็นบัญชีพิเศษแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และการนำส่งภาษีตามมาตรา ๑๗ แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ ๗ ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้และภาษีการค้า (ฉบับที่ ๔) เรื่อง กำหนดให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้หรือภาษีการค้า ณ ที่จ่าย มีบัญชีพิเศษลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ 
               (๕) ให้บริษัทฯ ใช้สำเนาแบบ ภ.ง.ด. ๕๓ และหลักฐานใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรที่รับชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นหลักฐานในการเครดิตภาษีตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 77/38996
© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.