ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินที่ได้รับจากสำนักงานใหญ่ที่ต่างประเทศ


ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินที่ได้รับจากสำนักงานใหญ่ที่ต่างประเทศ


เลขที่หนังสือ: กค 0702/4762
วันที่: 29 พฤษภาคม 2556
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินที่ได้รับจากสำนักงานใหญ่ที่ต่างประเทศ
ข้อกฎหมาย: มาตรา 39 มาตรา 65 มาตรา 65 ทวิ มาตรา 66 วรรคสอว มาตรา 77/1(8)(10) แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ          บริษัท อ. ประเทศไทย เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2554 ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ คือ บัญชีสาม (21) สำหรับธุรกิจบริการประสานงานด้านการจัดส่งสินค้าเฟอร์นิเจอร์ให้แก่สำนักงานใหญ่ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 
          1. บริษัท อ. ประเทศไทย ทำหน้าที่เกี่ยวกับการประสานงานด้านเอกสารการสั่งซื้อสินค้ารายละเอียดในการผลิตและการส่งออกสินค้า ให้แก่ บริษัท อ. ประเทศสหรัฐอเมริกา (สำนักงานใหญ่) โดยมีขั้นตอน คือ เมื่อได้รับใบสั่งซื้อจากสำนักงานใหญ่หรือผู้ซื้อสินค้ารายอื่นในประเทศสหรัฐอเมริกาที่สำนักงานใหญ่จัดหาให้ บริษัท อ. ประเทศไทย จะดำเนินการบันทึกข้อมูลการสั่งซื้อ พร้อมกับจัดทำใบสั่งซื้อในนามสำนักงานใหญ่ แจ้งไปยังผู้ผลิตในประเทศเวียดนามและประเทศมาเลเซีย (ผู้ผลิต) ทั้งนี้รายละเอียดการสั่งซื้อ รายการสินค้า จำนวนสินค้า และราคาสินค้า สำนักงานใหญ่จะเป็นผู้กำหนดและผู้ซื้อสินค้าในต่างประเทศจะชำระเงินค่าสินค้าให้แก่สำนักงานใหญ่โดยตรง บริษัท อ. ประเทศไทย มิได้มีส่วนในการรับชำระเงินค่าสินค้า ค่าผลิตสินค้า หรือกำไรจากการขายสินค้าตลอดจนการดำเนินการทางพิธีการศุลกากรแต่อย่างใด 
          2. บริษัท อ. ประเทศไทย ได้รับเงินจากสำนักงานใหญ่เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสำนักงาน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายของพนักงาน เช่น เงินเดือน โบนัส โอที ค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าล่วงเวลา ค่าเช่าสำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของสำนักงาน ทั้งนี้ บริษัท อ. ประเทศไทย ไม่ได้ประกอบกิจการซื้อหรือขายสินค้าในประเทศไทย 
          3. บริษัท อ. ประเทศไทย จึงขอหารือว่า เงินค่าใช้จ่ายที่ได้รับจากสำนักงานใหญ่ดังกล่าวจะต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่
แนววินิจฉัย          1. บริษัท อ. ประเทศไทย เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย เข้าลักษณะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ ตามมาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องคำนวณกำไรสุทธิตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 65 มาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร 
          2. กรณีที่บริษัท อ. ประเทศไทยให้บริการแก่สำนักงานใหญ่ในต่างประเทศในการสั่งซื้อหรือสั่งผลิตสินค้า เป็นตัวกลางประสานงานระหว่างผู้ผลิต สำนักงานใหญ่ และผู้ซื้อสินค้ารายอื่นๆ ในต่างประเทศ โดยไม่ได้สั่งซื้อจากผู้ขายหรือผู้ผลิตในประเทศไทย หรือมีการให้บริการตรวจสอบสินค้าในประเทศไทย จึงเป็นธุรกรรมที่เกินขอบเขตการเป็นสำนักงานผู้แทน ไม่เข้าลักษณะเป็นสำนักงานผู้แทนของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ตามบัญชีสาม (21) ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และประกาศกรมสรรพากร เรื่อง ภาษีเงินได้และภาษีการค้า สำหรับสำนักงานผู้แทน นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ที่กระทำกิจการในประเทศไทย ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2529 แต่เนื่องจาก บริษัท อ. ประเทศไทย เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นสาขาของสำนักงานใหญ่และเป็นนิติบุคคลเดียวกันดังนั้น เงินค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการที่สาขาในประเทศไทยได้รับจากสำนักงานใหญ่ จึงเข้าลักษณะเป็นเงินทุนของตนเอง ไม่ถือเป็นเงินได้ที่ได้รับจากการประกอบกิจการหรือ เนื่องจากการประกอบกิจการดังนั้น บริษัท อ. ประเทศไทย จึงไม่ต้องนำเงินดังกล่าวมาถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและหากไม่ได้กระทำการใดๆ อันเป็นการให้บริการตอบแทนแก่สำนักงานใหญ่ เงินที่ได้รับเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการดังกล่าวจึงไม่เข้าลักษณะที่ได้รับจากการขายสินค้าหรือให้บริการตามมาตรา 77/1 (8) และ (10) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด
เลขตู้:76/38628
© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.