ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขนส่งสินค้า


ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขนส่งสินค้า


เลขที่หนังสือ: กค 0702/3447
วันที่: 22 เมษายน 2556
เรื่อง: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขนส่งสินค้า
ข้อกฎหมาย: มาตรา 81(1)(ณ) มาตรา 81/3 ข้อ 2/4 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ
ข้อหารือ          ๑. บริษัทฯ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกอบกิจการผลิตและขายเบาะรถยนต์ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ สถานประกอบการตั้งอยู่ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เป็นบริษัทร่วมทุน มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ (ญี่ปุ่น) ถือหุ้นร้อยละ ๖๕ และบริษัท ท. ถือหุ้นร้อยละ ๓๕ 
          ๒. ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ บริษัทฯ ได้ผลิตเบาะรถยนต์ ยี่ห้อ Mazda ขายให้กับบริษัท A ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ บริษัท A ได้ร้องขอให้บริษัทฯ ทำการขนส่งสินค้าให้กับผู้ผลิตเบาะรถยนต์อีกรายหนึ่ง คือ บริษัท J ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบาะรถยนต์ ยี่ห้อ Ford ขายให้กับบริษัท A เช่นเดียวกัน 
          ๓. การขนส่งสินค้าดังกล่าวมีขั้นตอนดังนี้ 
               ๓.๑ บริษัทฯ จะจัดทำแผนการจัดส่งเบาะรถยนต์ทั้ง ๒ รุ่น คือ Mazda และ Ford (Mixed sequence) และแจ้งให้กับบริษัท A 
               ๓.๒ บริษัทฯ ได้ว่าจ้างรถบรรทุกจากบริษัทขนส่ง เพื่อขนส่งเบาะรถยนต์ให้แก่บริษัทฯ ซึ่งในการขนส่งสินค้า บริษัทฯ จะจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งในรถบรรทุกเพื่อขนส่งเบาะรถยนต์ของบริษัท J ด้วย โดยในการขนส่งเบาะรถยนต์ของบริษัท J บริษัทฯ จะนำพาเลท (Dolly) ของบริษัทฯ ใส่ในรถบรรทุก และให้บริษัท J ใส่เบาะรถยนต์ในพาเลท (Dolly) เอง บริษัทฯ มีหน้าที่นำพาเลท (Dolly) ที่จัดเรียบร้อยแล้วขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งให้บริษัท A เท่านั้น 
               ๓.๓ พาเลท (Dolly) เป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ และนำกลับมาใช้ในคราวต่อไป 
               ๓.๔ บริษัทฯ คิดค่าบริการกับบริษัท J เป็นรายชิ้น ในราคาชิ้นละ ๔๐.๒๐ บาท โดยมีภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ ๗ และบริษัท J จะจ่ายเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารโดยหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราร้อยละ ๓ 
               ๓.๕ บริษัทฯ ได้นำรายได้จากการบริการดังกล่าว ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๑ ของรายได้จากการผลิตเบาะรถยนต์ลงในรายงานภาษีขายในแต่ละเดือนภาษี และได้นำไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.๓๐) แล้ว
          ๔. บริษัทฯ ขอทราบว่า 
          บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมสำหรับการให้บริการกับบริษัท J หรือไม่ อย่างไร และเมื่อบริษัท J จ่ายเงินค่าบริการขนส่งสินค้าให้แก่บริษัทฯ บริษัท J มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร
แนววินิจฉัย          บริษัทฯ รับขนส่งเบาะรถยนต์ให้แก่บริษัท J โดยใช้พาเลท (Dolly) ของบริษัทฯ เป็นอุปกรณ์ในการขนส่งเท่านั้นโดยบริษัทฯ ไม่ได้ให้บริการอื่นใดในการรับขนดังกล่าว จึงเข้าลักษณะเป็นการขนส่งสินค้าจากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปกติของตน ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์บรรทุกของบริษัทฯ หรือว่าจ้างรถยนต์บรรทุกสินค้าของบุคคลอื่นให้ทำการขนส่ง โดยบริษัทฯ ต้องรับผิดในการที่สินค้าที่ขนส่งนั้น สูญหาย บุบสลาย หรือส่งมอบชักช้า การให้บริการดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการรับขน ตามมาตรา ๖๐๘ และมาตรา ๖๑๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา ๘๑(๑)(ณ) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ไม่มีสิทธิแจ้งขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๑/๓ แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด และเมื่อบริษัท J จ่ายเงินค่าบริการขนส่งสินค้าให้แก่บริษัทฯ บริษัท J มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ ๑.๐ ตามข้อ ๑๒/๔ ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘ฯ ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘
เลขตู้: 76/38576
© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.