เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ


เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 


     รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนส่งเสริมให้มีการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกระจายความเจริญและเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่นและลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ตราพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 591) พ.ศ. 2558 ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษโดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2558 เป็นต้นไปดังนี้

     ให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตามปกติจัดเก็บในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ ลงคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษไม่ว่าจะมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ที่ใด สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้าในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหรือรายได้ที่เกิดจากการให้บริการและมีการใช้บริการนั้น ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด (มาตรา 4)

     บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวหากจดทะเบียนจัดตั้งนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 591) พ.ศ. 2558 ใช้บังคับสถานประกอบกิจการที่ตั้งขึ้นในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต้องเป็นอาคารถาวรแต่ถ้าจดทะเบียนก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับสถานประกอบกิจการที่ตั้งขึ้นในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต้องเป็นอาคารถาวรที่ขยายหรือเพิ่มเติมจากสถานประกอบกิจการที่มีอยู่เดิม

หลักการนับรอบระยะเวลาบัญชีให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

1.กรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ได้จดแจ้งขอใช้สิทธิประโยชน์ต่อกรมสรรพากรให้นับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรก

2.กรณีที่มีการจดแจ้งขอใช้สิทธิประโยชน์ต่อกรมสรรพากรระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้นับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรกแม้ว่าจะมีระยะเวลาน้อยกว่าสิบสองเดือนก็ตาม คุณสมบัติของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้มีดังต่อไปนี้ 1.ได้จดแจ้งการขอใช้สิทธิการเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษก่อนหรือในปี พ.ศ. 2560 2.ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

3.ต้องไม่ใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 6 และมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554

4.ต้องจัดทำบัญชีแยกรายการสำหรับกิจการที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและกิจการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

5.ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติ บุคคลขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดในรอบระยะเวลาบัญชีใดให้การได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสิ้นสุดลงตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีนั้น.“


© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.