RMF กับ LTF


RMF กับ LTF


          สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เยอะสิ่งที่นิยมในการวางแผนภาษีนอกจากประกันชีวิตแล้ว ก็มักจะนิยมซื้อ RMF และ LTF เพื่อใช้สำหรับไว้ลดหย่อนภาษี เนื่องจากเป็นการชนิดค่าลดหย่อนที่ได้ลดหย่อนเยอะที่สุดในบรรดาเครื่องมือค่าลดหย่อนของสรรพากร แต่ RMF และ TLF มีเงื่อนไขในการใช้ค่อนข้างซับซ้อน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักับทั้ง 2 ชนิดกองทุน


LTF คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว

เป็นการลงทุนในรูปแบบของหุ้น มีความเสี่ยงสูง ไม่มียอดขั้นต่ำในการซื้อแต่ซื้อได้สูงสุดเพียง 15% ของรายได้และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ไม่ต้องซื้อทุกปีก็ได้ หากกองทุนที่ซื้อมีกำไรจะได้รับเงินปันผล (ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุน) จะต้องถือไว้เป็นเวลา 5 ปีถึงจะขายคืนได้

สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 15% ของรายได้ แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท


RMF คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ

เป็นการลงทุนเพื่อเกษียณ สามารถลงทุนได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ หุ้น ทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์ก็ได้ เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า (LTF) ยอดที่ต้องซื้อขั้นต่ำคือ 3% ของรายได้แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ซื้อได้สูงสุดเพียง 15% ของรายได้แต่ห้ามเกิน 500,000 บาท (รวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประกันชีวิตแบบบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท) จะต้องซื้อติดต่อกันในทุกปีตั้งแต่ปีแรกหรือปีเว้นปี ไม่มีเงินปันผลให้ สามารถขายคืนได้เมื่ออายุ 55 หรือ 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อ

สามารถลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 15% ของรายได้ไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประกันชีวิตแบบบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท)

การขายกองทุนก่อนระยะเวลาที่กำหนด

1. ยังไม่ได้นำไปลดหย่อนภาษี สามารถขายคืนได้เลย หากมีกำไรจากการขาย จะต้องนำมารวมกับรายได้แล้วยื่นภาษีด้วย

2. นำไปลดหย่อนภาษีแล้ว จะต้องคืนเงินที่เคยได้รับการลดหย่อน + กับเบี้ยปรับอีก 1.5% ต่อเดือน เริ่มนับตั้งแต่เมษายน ของปีที่ยื่นขอลดหย่อน และต้องนำกำไรจากการขายมารวมกับรายได้แล้วมาคำนวณภาษีด้วย

เหตุผลหลักๆ ในการซื้อกองทุนคือ การลงทุนและการออมเงิน แต่ผลประโยชน์ที่จะได้รับไม่ใช่เพียงแค่นั้นเพราะมันสามารถใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย การลงทุนมีความเสี่ยงดังนั้นเราควรศึกษาให้ดีก่อนว่าแบบไหนเหมาะสมกับเราและเรารับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้มากแค่ไหน 

© Copyright. KKNACCOUNTING.COM All Rights Reserved.