views

กรรมการมีสิทธิเข้าระบบประกันสังคมหรือไม่?

โดยปกติแล้วเมื่อยื่นเอกสารให้กับสำนักงานประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมจะพิจารณาว่ากรรมการ หรือผู้ถือหุ้น เป็น “ลูกจ้าง” หรือเป็น “นายจ้าง”

เรามาดูความหมายของ “ลูกจ้าง” หรือ “นายจ้าง” กันครับ

“ลูกจ้าง” คือ

  • เป็นคนที่ตกลงทำงานให้นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง
  • ทำตามคำสั่งนายจ้าง
  • ต้องปฏิบัติตามระเบียบ หรือ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง
  • ลูกจ้างฝ่าฝืนนายจ้างสามารถลงโทษได้

“นายจ้าง” โดยกรรมการที่จะไม่อยู่ในข่ายการเป็นลูกจ้าง คือ

  • เป็นผู้เริ่มก่อการและก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่แรก หรือเป็นผู้ถือหุ้น
  • ไม่ต้องทำตามคำสั่งใคร
  • ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน มาตอนไหน ลาวันไหนก็ได้ มีอิสระ
  • ทำงานให้กับบริษัท ดูแลรักษาผลประโยชน์ของบริษัท เป็นการทำด้วยจุดประสงค์เพื่อจะแบ่งปันกำไรที่ต้องได้เท่านั้น

ซึ่งตามมาตรา 33 กล่าวว่า ในแต่ละเดือนนายจ้างต้องออกเงินประกันสังคมให้ 1 เท่า ของเงินที่ลูกจ้างถูกหักออก

หรือก็คือ ลูกจ้างจะถูกหักจากเงินเดือน 5% + นายจ้างจ่ายสมทบ 5% + รัฐบาลร่วมจ่ายสมทบ 2.75% นั่นเองครับ

ซึ่งหาก กรรมการบริษัท + ถือหุ้นบริษัทอย่างมีสาระสำคัญก็จะ ไม่ถือเป็นค่าจ้างที่ต้องนำไปหักสมทบประกันสังคม

ตามพระราชบัญญัติประกันสังคมแล้ว บุคคลที่เข้าข่ายเป็น “นายจ้าง” ก็ไม่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคมครับ

ส่วนในกรณีที่เคยเป็นลูกจ้าง แล้วมาเปลี่ยนเป็นนายจ้าง

ให้ทำหนังสือส่งสำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่ที่เคยส่งเงืนสมทบเพื่อไม่ขอส่งเงินสมทบ และทำแบบ สปส 6-09 แจ้งออก ซึ่งจะได้รับเงินคืนเมื่ออายุ 55 ปี เพียงบางส่วนตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด

ตามข้อหารือของสำนักงานประกันสังคม

ได้กล่าวไว้ว่าหากกรรมการที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาก่อนปี 2550 สามารถอยู่ต่อในระบบได้โดยไม่ต้องออกจากระบบ

แต่ถ้าหากอยู่ในระบบประกันสังคมมาหลังปี 2550 ไม่สามารถเข้าระบบประกันสังคมได้

และที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ ถ้าไม่มีการแจ้งและออกจากระบบให้ถูกต้อง ถ้าประกันสังคมตรวจเจอ อาจจะเสียเบี้ยปรับย้อนหลังได้นะครับ


27 ม.ค. 2564
by KKN การบัญชี

- ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต
- อาจารย์พิเศษให้กับสถาบันของรัฐและเอกชน


บทความที่น่าสนใจ